ในบ้านของเรา มีห้องมากมาย ซึ่งมีการตกแต่งและการใช้งานของแต่ละห้องที่แตกต่างกัน ทำให้มีมลภาวะทางอากาศและเชื้อแบคทีเรียที่แตกต่างกันตามไปด้วย การเลือกชนิดต้นไม้ มาปลูกไว้ให้เหมาะกับสารพิษในแต่ละห้อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองอากาศที่ดี

งั้นเราไปชมกันดีกว่าครับ ว่ามีต้นไม้อะไรบ้าง และต้นไหนเหมาะกับสารพิษห้องอะไรในบ้าน

1703_POST_Chanuntorn_DI01-2

1. Living room

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสภาพอากาศ ค้นพบสารพิษ VOCs ซึ่งมักจะซ่อนอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ กาว และภาพวาดติดผนังต่างๆ ซึ่งสารพิษตัวนี้มีอันตรายต่อเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

เรามีต้นไม้แนะนำที่จะช่วยดูดซึมสารพิษตัวนี้ในห้องนั่งเล่น ซึ่งได้แก่ ต้นเดหลี (Peace Lilly), ต้นเศรษฐีเรือนใน (Spider Plant) และต้นราชาวดี (Butterfly Plant) ครับ

Tree Care Tips🍀:

–   ต้นเดหลี ต้องการการดูแลเพียงเล็กน้อย และชอบน้ำในปริมาณปานกลาง โดยควรวางไว้ให้ไกล     จากเหล่าบรรดาสัตว์เลี้ยง เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อสุนัขและแมวได้

–   ต้นเศรษฐีเรือนใน นั้นชอบน้ำน้อย ชมแดดอ่อนๆ ไม่ชอบโดนแดดตรงๆ ควรรดน้ำแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ มักจะชอบดินร่วนซุย

–   ต้นราชาวดี ต้นนี้ส่งกลิ่นหอมรันจวนตลอดทั้งวัน ชอบแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้งจะออกดอกดี ไม่ต้องการน้ำมาก ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย

 

 

1703_POST_Chanuntorn_DI01-3

2. Bathroom

ห้องน้ำเป็นห้องที่เก็บสิ่งของมากมาย ทั้งเครื่องสำอางหรือน้ำหอม และเต็มไปด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีเคมี เราจึงแนะนำว่า อันดับแรกให้ย้ายน้ำยาทำความสะอาดออกจากห้องน้ำก่อน และใส่ต้นไม้ชนิดนี้ เข้าไปปรับบรรยากาศแทน

ซึ่งต้นไม้ที่เราแนะนำให้ปลูกไว้ในห้องน้ำ ได้แก่ ต้นกล้วยไม้ (Orchid) นั่นเอง ซึ่งเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ชื่นชอบอากาศที่อุ่น และมีความชื้นในห้องน้ำ นั่นเอง

Tree Care Tips🍀:

–   ต้นกล้วยไม้ ควรดูแลหรือแขวนไว้ให้ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ ไม่ร่มเกินไปและไม่ถูกแสงแรงเกินไป น้ำที่ใช้รด ควรเป็นน้ำที่ผ่านการพักไว้อย่างน้อย 1-2 คืน และควรหมั่นให้ปุ๋ยทุกๆ 1 สัปดาห์ และหมั่นตรวจคอยดูแลว่ามีโรคแทรกแซงหรือไม่ หากมีควรรีบแยกออกจากต้นอื่นๆ ทันที

 

 

1703_POST_Chanuntorn_DI01-5

3. Office / workstation

เหล่าบรรดาเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ในห้องทำงาน มักจะถูกทำมาจากไม้อัด และบรรดากระดาษที่ถูกพิมพ์ด้วยน้ำหมึก และ Gatgets ต่างๆ ซึ่งบรรดาสิ่งของเหล่านี้นำไปสู่ภาวะเรือนกระจก และสูญเสียการระบายอากาศในห้องไป

เราจึงแนะนำให้เพิ่มต้นไม้ที่จะช่วยปรับอากาศในห้องให้สมดุล ด้วย ต้นไอวี่ (Ivy), ต้นจั๋ง (Broadleaf Lady Palm) และต้นเดหลี (Peace Lilly) ต้นไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยให้อากาศถ่ายเทมากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความตึงเครียดให้กับผู้อยู่อาศัยได้ด้วย

Tree Care Tips🍀:

–   ต้นไอวี่ เป็นต้นไม้เลื้อย ต้องปลูกไว้ในแนวดิ่ง สามารถโตได้ทั้งในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงและแดดร่ำไร หรือแม้แต่ที่ที่แสงน้อย ผู้ปลูกควรฉีดพ่นน้ำเป็นประจำเท่านั้น

–   ต้นจั๋ง ชอบน้ำในระดับปานกลาง ต้องการแดดพอสมควร ไม่ต้องการน้ำมาก และควรเปลี่ยนกระถางทุกปี

–   ต้นเดหลี ต้องการการดูแลเพียงเล็กน้อย และชอบน้ำในปริมาณปานกลาง โดยควรวางไว้ให้ไกล     จากเหล่าบรรดาสัตว์เลี้ยง เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อสุนัขและแมวได้

 

 

1703_POST_Chanuntorn_DI01-4

4. Bedroom & baby nursery

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้องนอนเป็นสิ่งที่ควรระวังเป็นลำดับแรก ไม่ควรมีจำนวนเยอะจนเกินไป ทำให้ห้องมีออกซิเจนน้อย ไม่โล่งโปร่ง เพราะจะส่งผลกับการนอนหลับลึกของทุกคน โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ที่ต้องการการนอนหลับที่ยาวนานกว่าผู้ใหญ่

ซึ่งปกติแล้ว ต้นไม่จะไม่ถูกแนะนำให้ปลูกไว้ในห้องนอน  แต่มีต้นไม้ที่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืนด้วย โดยเราแนะนำให้ปลูกไว้บริเวณหน้าห้องนอน นั่นก็คือ ต้นลิ้นมังกร (Snake Plant), ต้นกล้วยไม้ (Ochids) และ ต้นว่านหางจระเข้ (Aloe vera) นั่นเอง

Tree Care Tips🍀:

–   ต้นลิ้นมังกร ชอบน้ำในระดับปานกลาง และแสงแดดพอสมควร ปลูกง่าย อยู่ได้แม้แสงน้อย สามารถขาดน้ำเป็นเวลาหลายวันได้

–   ต้นกล้วยไม้ ควรดูแลหรือแขวนไว้ให้ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ ไม่ร่มเกินไปและไม่ถูกแสงแรงเกินไป น้ำที่ใช้รด ควรเป็นน้ำที่ผ่านการพักไว้อย่างน้อย 1-2 คืน และควรหมั่นให้ปุ๋ยทุกๆ 1 สัปดาห์ และหมั่นตรวจคอยดูแลว่ามีโรคแทรกแซงหรือไม่ หากมีควรรีบแยกออกจากต้นอื่นๆ ทันที

–   ต้นว่านหางจระเข้ ชอบอยู่ในที่ชื้นไม่มาก ต้องการน้ำปานกลาง และชอบแดดมาก ข้อแนะนำเพิ่มเติมคือ ควรโรยกรวดหรือเปลือกหอยไว้เหนือดินข้างบน เพราะจะช่วยเก็บความชุ่มชื้นและจำลองสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของต้นว่านหางจระเข้ได้

ได้ต้นไม้ถูกใจแล้ว หากกำลังมองหาบ้านอยู่สบาย สไตล์อบอุ่น พบกับชนันธร โครงการบ้านหลากหลายสไตล์ ย่านฝั่งธนฯ

สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละโครงการได้ ที่นี่

มาเป็นครอบครัวชนันธรด้วยกันนะครับ 😊